เกี่ยวกับ เจ พระเครื่อง

“เจพระเครื่อง”

    ประวัติความเป็นมา   เริ่ม  ความเชื่อ ความศรัทธา เป็นที่มาในการอยากเรียนรู้เพื่อจะสะสมพระเครื่อง   สวัสดีครับปัจจุบันผมเอง อายุ 31 ปี ในการใช้ชีวิตตั้งเเต่เด็ก ที่บ้านไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับพระเครื่อง ที่ทำให้เป็น เจ พระเครื่องในวันนี้เลยน่ะครับ มีเพียงพ่ออาาจะสะสมพระเครื่องไว้ตามเพื่อนๆ บางอาชีพที่พ่อกับเเม่คือค้าขายตื่นเช้าไปขายของที่สำเพ็ง

    ในยุคที่พวกท่านยังเเข็งเเรง ในยุคนั้นผมจะเห็นพ่อกับเเม่มีรายได้เท่าไร ผมอาจจะยังเด็กที่จะถามท่านในสมัยนั้นเเต่รู้ว่าการใช้ชีวิต เเละการกินที่บ้านดีในระดับที่ผมคิดว่าปกติครับ ที่บ้านผมมีพี่น้อง 6 คน ตั้งเเต่พี่คนโต เเละน้องคนเล็กทุกคนไม่เคย ที่จะไม่ได้การตามใจ เเต่ในขนะนั้นผมเองก็ไม่เคนรุ้ว่าบ้านที่ผมอยู่ที่วันป๊า ยังเช่าอยู่ทุกเดือน โรงเรียนที่ป๊าส่งเรียนสมัยผมอนุบาลผมจะไม่สามารถเรียนต่อได้เพราะที่บ้าน ไม่มีเงินสำรอง หาได้เท่าไรก็หมด นอกจากเหลือจากการใช้ในเเต่ละวันป๊า จะมีเก็บไว้เล็กน้อย

     วันนี้ผมไม่ได้รู้สึกว่าการที่เติมโตมาในที่ความครัวเเบบนี้จะอาย เเต่ผมอยากเเชร์อีกมุมมองที่ทำให้เป็นผมทั้งวันนี้นะครับ   เเละวันที่ชีวิตของทุกคนที่บ้าน เปลี่ยนไปขอเล่าเพื่อเป็นวิยาทานน่ะครับ อาป๊า(พ่อ) เเละเเม่ที่บ้านผมเติมโตมากับการสร้างขายตลาดสำเพ็ง ค้าขายของเครื่องใช้เบ็ดเตล็ดทั่วไปน่ะครับ ในครอบครัวมีพี่น้องรวม 6 คน คนเเรกเป็นพี่ชาย ( เฮีย….) คนที่สอง ( เฮีย…. ) คนที่สามผมเอง  คนที่สีน้องชาย คนที่ห้าน้องสาว  คนที่หกน้องสาวครับ  ขอไม่กล่าวชื่อน่ะครับ

กิจกรรมของ เจ พระเครื่องสัมพันธ์

จุดเปลี่ยนแปลงของชีวิต

จุดเปลี่ยนของที่บ้าน ความสัมพันธ์ในครอบครัว ความสุขในบ้านหายไปสภาพคล่องทางการเงินเริ่มไม่ค่อยดี จากผมเเละน้องๆสามารถมีรถรับส่งเเละเรียนโรงเรียนเอกชน ตอนนั้นผมเองอายุ7ขวบ  น่าจะได้นะครับ   หัวหน้าครอบครัวคือพ่อผมเกิดโรคป่วยหนักเป็นโรคไตวาย จึงทำให้ต้องเข้าทำการรักษาอยู่นาน 2 ปี เงินที่เหลือจากการใช้ที่ป๊าเก็บไว้มีอยู่ไม่กี่เเสนบาท นำมารักษาตัว เเต่ก็อาการไม่สู้ดี คุณหมอเเจ้งป๊าว่าอาจจะต้องเปลี่ยนไต เเต่ในัวนที่ชีวิตครอบครัวเเย่ที่สุด  มีคุณลุงท่านหนึ่งที่นอนรักษาตัวเองคู่กับป๊าผม

 

ท่านอาจจะเห็นสัจธรรม ความจริงเเละมองป๊าผมอยากเมตตา วันหนึ่งคุณลุงท่านเริ่มอาการเเย่ลง เเละได้สั่งกับบุตรท่านว่า ถ้าคุณลงหมดลงหายใจ ขอบริจาคไต เพื่อให้ป๊าของผมได้มีชีวิตต่อ  ถือโชคดีและเป็นกุศลผลบุญของป๊ามากที่ได้เปลี่ยนไต ทุกวันนี้ผมอุทิษบุญส่งให้คุณลุงที่เมตตา  วันนี้ผมคิดเเละอยู่กับคนที่ผมรักนำพาทำสิ่งดีๆ การที่ผมสละความสุขส่วนตนเพื่ออุทิษคุณลุงเเละขอให้บุญนี้ส่งผลให้ครอบครัวลูกของท่านมีเเค่ความสุข ความเจริญครับ ความโชคดีเเละความที่ท่านเมตตา เเต่เป็นการจาคลาที่ดับลมหายใจ นาทีสุดท้ายที่ท่านยังมีสติ ! ท่านไม่ติดกับสังขารยากนะครับ ถ้าย้อนกลับไปได้ผมอยากไปถามชื่อท่าน ไว้อีกหนึ่งความทรงจำ….

หลังจากเปลี่ยนไต ระยะเวลาสองปีหลังจากพ่อป่วยจนอาการเริ่มดีขึ้น  แต่ก็ไม่สามารถทำงานได้เหมือนคนทั่วไป เงินเก็บของพ่อและภาระในบ้านก็เริ่มไม่ลงตัวมากกว่าเดิม   ตัวผมเองในตอนนั้นยอมรับว่าไม่เข้าใจ ที่ผ่านมาผมไม่เคยได้สัมผัสคำว่าไม่มีครับ จนช่วงที่จำได้ผมอายุ9ขวบเป็นช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน พ่อผมจึงนำผมไปฝากกับ อาโก ( พี่สาวพ่อ ) ที่เปิดร้านอาหาร ครั้งแรกที่ผมได้เรียนรู้ถึงประสบการณ์การใช้ชีวิต และ การหาเงินเพื่อใช้จ่ายเองเริ่มต้นเป็นครั้งแรกนะครับอาโก อาเตี๋ย ร้านอาหาร ที่ผมไปทำงาน อยู่ไม่ไกลจากบ้านมากครับ อยู่แถวถนนอิสรภาพ ลาดหญ้า ใครอยู่ระแวกนั้นคงรู้จักร้านอาหารของอาโกดี ร้านเก่าแก่ “ ร้านเด่นชัย” ด้วยท่านเป็นคนยุคเก่าที่สู้ชีวิต ขยันเเละอดทนต่อสู้สร้างฐานะเเละวางเเผนชีวิตไว้ ที่บ้านอาโกยังมีอาม่า ( เเม่ของพ่อ) เเละอาโก ( ท่านที่ไม่ค่อยเเข็งเเรงตั้งเเต่ยังเด็ก ) ที่อาโกยังตั้งดูเเล  ในช่วงนั้นก็ยังเพิ่มผมเเละพี่น้องเข้าไปเป็นภาระของอาโกกับอาเตี๋ย ผมก็ทำทุกอย่างที่สามารถช่วงอาโกได้ เเต่ด้วยการถูกเลี้ยงมาเเบบตามใจ ชีวิตผมที่อยู่กับอาโก ต่างจากที่อยู่ที่บ้านมากๆ ด้วยความเด็กผมมีช่วงที่ทำงานจนบางครั้งน้อยใจอาโก ( วันนี้ขอโทษเเละขอบคุณท่าน ) ที่เมตตาหลายเเละเลี้ยงดูผมมา

 

ในสมัยผมก็ทำงานที่ร้านนั้นอยู่กับอาโก อาโกก็คงเอ็นดูเพราะพ่อผมมีลูกหลายคน อาโก อาเตี่ย เมตตาส่งเสียผมเรียนแทนป๊ากับแม่ ผมอยู่และช่วยอาโกทำงานจนถึงอายุ ๑๘-๑๙ ปี ด้วยวุฒิภาวะในตอนนั้น ผมเริ่มอยากมีชีวิตที่อิสระอาชีพที่ผมเลือกใช้เลี้ยงตัวเองคืองานกลางคืน ตามพี่ๆคนโต …..นี้แหละครับเป็นเริ่มเข้าไปในวงจรมืด เสพอยู่กับสิ่งมัวเมา ในช่วงที่ผมทำงานกลางคืน หาเงินได้ให้ป๊ากับเเม่ ผมก้เอาเงินที่มาจากความมืดนั้นมาเสพเสพ มัวเมา ย้อนกลับไปผมเคยรับ ไม่ได้กับสิ่งที่ผมเคยทำ !  จนวันนี้ผมตกผลึกว่า ชีวิตผมไม่สามรถกลับไปเเก้อดีตได้ เเต่ชีวิตหลังจากนนี้ผมสามารถใช้ชีวิตเเบบคนที่มีสุขเเละมีคุณภาพ เป็นคนที่คุณภาพของสังคมได้

ครูคนแรกในการเรียนรู้การพิจารณาพระเครื่องและคนเดียว 

อ.ธิ ท่าพระจันทร์  ก่อนหน้านี้ คนที่ผมเรียกท่านว่าครูและผู้สอนวิชาให้ศิษย์โดยไม่มีคำว่าห่วงวิชา  รักและเคารพ อ.ธิ ท่าเสมอคุณพ่อ  ท่านมอบและโอกาสให้ผมในวันที่ผมไม่ได้มีชื่อเสียง แม้แต่เงินสักบาทท่านก็ไม่เรียก ผมใช้ระยะเวลาไปหาเรียนรู้กับ อ.ธิ ท่าพระจันทร์ โดยที่แกไม่ได้คิดอะไรแต่ที่แกให้คือ การเรียนรู้จากพระเครื่องที่แท้  ก่อนที่ผมจะไปผมติดตาม และมีพื้นฐานพระเหรียญในระดับดีเป็น เพราะด้วยอะไรผมก็ไม่รู้ในทุกวันผมจะได้ ความรู้จากพระเครื่อง และเข้าใจด้วยตัวเองทุกวัน วันนี้ผมก็ยังใช้วิธีการเรียนรู้เสมอต้นเสมอปลาย

ดูพระเครื่องยอดนิยม